ที่เที่ยวญี่ปุ่น กับ 3 ปราสาท ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต แน่นอนว่าหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมีโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่น นั่นคือการเที่ยวชมปราสาทแสนสวยของญี่ปุ่นสักแห่ง ด้วยความสวยงามเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากปราสาทในประเทศอื่นๆ

ที่เที่ยวญี่ปุ่น กับ ปราสาทที่แสนยิ่งใหญ่

ปราสาทในญี่ปุ่นเดิมทีสร้างเพื่อเป็นที่พักอาศัยของไดเมียว (ขุนนาง) ซึ่งองค์จักรพรรดิ์ได้มอบหมายให้ไปปกครองตามเมืองต่างๆ นอกจากจะเป็นที่พักอาศัยแล้วปราสาทส่วนใหญ่ยังใช้เป็นป้อมปราการอีกด้วย ดังนั้นทำเลของปราสาทส่วนใหญ่จึงมักอยู่ในบริเวณที่สูงหรือมีคูน้ำโดยรอบ และมีหอคอยหรือจุดสังเกตุการณ์เพื่อใช้ระแวดระวังภัยที่อาจจะเกิดขึ้น ลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่งของปราสาทคือมีฐานตัวปราสาท ประตูและกำแพงที่สร้างด้วยหินก้อนใหญ่มีความหนาและความสูงมากพอสมควร จึงดูแข็งแกร่งน่าเกรงขาม ส่วนตัวปราสาทนั้นมักใช้วัสดุเป็นไม้ มีหน้าจั่วและหลังคาที่มีรูปทรงอ่อนช้อย ภายนอกมักเป็นสีขาวสีเทาและสีดำ

ปราสาทในญี่ปุ่นแต่ละแห่งมีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ยาวนาน ซึ่งมีจำนวนทั้งหมดเกือบ 300 หลัง แต่เกือบทั้งหมดถูกทำลายลงจากภาวะสงครามและการสู้รบโดยเฉพาะในยุคสมัย Sengoku (ค.ศ. 1467-1603) ที่บรรดาเจ้าเมืองต่างๆ รบแย่งชิงอำนาจกัน ปราสาทเกือบทั้งหมดถูกทำลายลงเหลือเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น แต่ต่อมาในยุค Edo ก็ได้มีการบูรณะก่อสร้างปราสาทบางส่วนขึ้นมาใหม่ โดยอ้างอิงรูปลักษณ์จากตัวปราสาทเดิมเรื่อยมา จนถึงปัจจุบันมีปราสาทมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศที่มีการก่อสร้างตัวอาคารขึ้นใหม่และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของปราสาทและของเมืองนั้นๆ ส่วนที่เหลืออีก 144 แห่ง ก็กลายเป็นซากปราสาท (Castle Ruin) ที่เหลือเพียงส่วนฐานที่เป็นหินให้เราเห็นเท่านั้น

ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle)

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

ชาวญี่ปุ่นนิยมเรียกปราสาทแห่งนี้ว่า ปราสาทนกกระสาขาว (White Heron Castle) หรือปราสาทหงส์ขาว ว่ากันว่ามีที่มาจากสีขาวของผนังปราสาทนั่นเอง

มือง Himeji, จังหวัด Hyono, ภูมิภาค Kansai

ปราสาทฮิเมจิ ว่ากันว่าสวยที่สุดในญี่ปุ่นจนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมขององค์การ UNESCO เมื่อปี ค.ศ.1993 เป็นแห่งแรกของโบราณสถานในญี่ปุ่น ปราสาทแห่งนี้มีอายุยาวนานกว่า 400 ปี และคงสภาพเดิมไว้อย่างดีที่สุด เนื่องจากไม่เคยได้รับความเสียหายจากสงครามหรือภัยธรรมชาติใดๆ เลย ตัวปราสาทมีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นและซับซ้อน เรียกว่า Coalition Style Donjon ซึ่งเป็นแห่งเดียวในญี่ปุ่น สร้างขึ้นโดยใช้ไม้ทั้งหมด มีเพียงส่วนของป้อมและกำแพงต่างๆ เท่านั้นที่สร้างจากหิน

เดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นเพียงป้อมปราการขนาดเล็กที่สร้างโดย โนริมุระ อะคามัตสึ (Norimura Akamatsu) เมื่อปี ค.ศ.1333 ก่อนจะปรับโครงสร้างให้กลายเป็นปราสาทโดย คุโรดะ ชิเกตะกะ (Kuroda Shigetaka) จากนั้นมีการเปลี่ยนมือผู้ปกครองปราสาทหลายครั้ง ซึ่งโครงสร้างของปราสาทก็เปลี่ยนตามไปด้วย จนกระทั่งถึง ปี ค.ศ.1601 ในยุคของอิเคดะ เทรุมาสะ (lkeda Terumasa) บุตรเขยของโชกุนโทกุงะวะ อิเอยะสึ (Tokugawa leyasu)ได้บูรณะต่อเติมปราสาทออกไปอย่างที่เห็นในปัจจุบัน (ปราสาทได้รับการบูรณะครั้งล่าสุด และเพิ่งเปิดให้ชมเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา)

หอหลักของปราสาทหรือ Daitenshu โครงสร้างเป็นไม้ทั้งหลัง มองจากด้านนอกเหมือนมี 5 ชั้น (แต่ด้านในมี 6 ชั้น มีชั้นใต้ดินซ่อนอยู่ด้วย) ภายในแต่ละชั้นส่วนใหญ่เป็นห้องโล่งๆ ไม่ได้มีการจัดแสดงอาวุธ ชุดเกราะ หรือข้าวของโบราณเหมือนปราสาทอื่นๆ ชั้นบนสุดของปราสาทเป็นหอคอยที่สามารถมองเห็นวิวตัวเมืองโดยรอบ ถือเป็นจุดชมวิวที่คุ้มค่าในการปีนป่ายขึ้นมา

การเดินทาง : จากเมือง Kobe นั่งรถไฟ JR จากสถานี Sannomiya มาลงที่สถานี Himeji จากนั้นให้นั่งรถบัสไปยังปราสาทหรือเดินไป ระยะทางประมาณ 1 กม.

ค่าใช้จ่าย : บริเวณรอบปราสาทฟรี, ภายในปราสาท 1,000 เยน

เวลาเยี่ยมชม : 09:00-17:00 น.


ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

มือง Osaka, จังหวัด Osaka, ภูมิภาค Kansai

ปราสาทชื่อดังเปรียบเสมือนแลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งมหานครโอซาก้า สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1583 โดยไดเมียวผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง โทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ (Toyotomi Hideyoshi) มีต้นแบบมาจากปราสาทอะซุจิ อันเป็นที่พำนักของ โอะดะ โนบุนางะ (Oda Nobunaga) ซึ่งเป็นนายเก่าของฮิเดะโยะชินั่นเอง ใช้เวลาก่อสร้างร่วม 2 ปีจึงแล้วเสร็จ ตัวปราสาทสูง 55 เมตร มีทั้งหมด 8 ชั้น ล้อมรอบไปด้วยคูน้ำและกำแพงขนาดใหญ่สูงกว่า 30 เมตร เพื่อเป็นการป้องกันการโจมตีจากข้าศึก

ปราสาทโอซาก้าถูกทำลายทั้งจากสงครามและภัยธรรมชาติ (ฟ้าผ่า) และถูกบูรณะขึ้นมาใหม่หลายครั้งในปี ค.ศ.1665 บริเวณส่วนยอดของปราสาทที่เรียกว่า Tenshukaku ได้ถูกฟ้าผ่าจนเสียหาย จนกระทั่งปี ค.ศ.1931 ชาวเมืองโอซาก้าได้ร่วมใจกันบริจาคเงินเป็นจำนวนกว่าหนึ่งล้านห้าแสนเยน (ซึ่งถือว่ามหาศาลมากเมื่อเทียบกับปัจจุบัน) เพื่อทำการบูรณะส่วนยอดของปราสาทให้กลับคืนมาเหมือนเดิม โดยเฉพาะหลังคามีรูปปั้นปลาโลมาสีทองแปดตัวประดับอยู่ และลายแกะสลักนูนต่ำรูปเสือทั้งหมดถูกชุบด้วยทองคำสุกใสงดงาม

ก่อนถึงตัวปราสาทจะต้องเดินผ่านสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นซากุระ แปะก๊วย และต้นเมเปิ้ล ในฤดูใบไม้ผลิช่วงปลายเดือนเมษายนที่ซากุระกำลังบานสะพรั่ง สวนสาธารณะรอบปราสาทโอซาก้าจะกลายเป็นจุดชมซากุระยอดนิยมทันที ภายในสวนจะเต็มไปด้วยคนญี่ปุ่นที่ออกมาปิกนิกและออกกำลังกาย เป็นอีกจุดที่เหมาะจะเดินเล่นชิลล์ๆ ก่อนเข้าไปเที่ยวชมตัวปราสาท

การเดินทาง : จากตัวเมือง Osaka นั่งรถไฟ JR จากสถานี Shin-Osaka ไปลงสถานี Osaka แล้วเปลี่ยนสายรถไฟ นั่งต่อไปลงสถานี Osakajo Koen จากนั้นเดินต่ออีกเล็กน้อย หรือจากสถานี Shin-Osaka นั่งรถไฟใต้ดินสาย Midosuji ไปลงสถานี Honmashi จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นสาย Chuo ลงที่สถานี Tanimachi 4-Chome แล้วเดินต่อไปอีก 400 เมตร

ค่าใช้จ่าย : บริเวณรอบปราสาทฟรี, ภายในปราสาท 600 เยน

เวลาเยี่ยมชม : 09:00-17:00 น., ปิดวันที่ 28 ธ.ค.-1 ม.ค. ของทุกปี


ปราสาทคุมาโมโตะ (Kumamoto Castle)

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

ปราสาทได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวในเดือนเมษายน 2016 ปัจจุบันปราสาทยังถูกปิดซ่อมแซมอยู่

เมือง Kumamoto, จังหวัด Kumamoto, ภูมิภาค Kyushu

เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สวยงาม แข็งแรง และเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1601 เพื่อใช้เป็นป้อมปราการ ตามประวัติมี 2 ตระกูลใหญ่ที่ครอบครองและดูแลปราสาท ช่วงแรกคือตระกูลคาโตะ (Kato) โดยท่านคาโตะ คิโยมาสะ ไดเมียว ในขณะนั้นซึ่งได้บูรณะและปรับปรุงปราสาทเพิ่มเติม ต่อมาปราสาทก็ตกอยู่ในการดูแลของตระกูลโฮโซกาวะ (Hosogawa) ที่เข้ามามีอำนาจปกครองเมืองคุมาโมโตะแทน จากนั้นในปี ค.ศ.1877 ตัวปราสาทถูกเพลิงไหม้เสียหายเกือบทั้งหมดในช่วงก่อนเกิดสงครามเซอินัน (Seinan Rebellion) หลังจากนั้นอีกเกือบ 100 ปีต่อมาจึงได้มีการสร้างขึ้นใหม่เลียนแบบโครงสร้างภายนอกเดิมให้เหมือนกับยุคตระกูลคาโตะ ที่น่าทึ่งกว่านั้น คือภายในตัวปราสาทสร้างด้วยไม้โดยไม่ใช้ตะปูเลย

บริเวณโดยรอบปราสาทมีพื้นที่กว้างขวาง รายล้อมด้วยป้อมปราการต่างๆ หลายจุด ใครอยากชมให้ทั่วควรมีเวลาอย่างน้อย 2 ชม. แต่จุดหลักๆ ที่พลาดไม่ได้ก็คือ ตัวปราสาทประกอบด้วยสองหอหลัก โดยหอใหญ่มี 6 ชั้น สูง 30 เมตร และหอเล็กมี 4 ชั้น สูง 19 เมตร ทำให้เป็นจุดสังเกตการณ์ได้รอบทิศ ภายในปราสาทเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เยี่ยมชม แต่ละชั้นจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของปราสาทและเมือง

นอกจากนี้ยังมี Hon-maru Goten เป็นส่วนที่พักของไดเมียว อีกจุดคือ Uto Turret ป้อมปราการที่อยู่ติดกับประตู Hohoate ด้านบนของป้อมนอกจากเป็นจุดชมวิวทั้งฝั่งปราสาทและฝั่งเมืองแล้ว หลายคนยังยกให้เป็นจุดถ่ายรูปตัวปราสาทที่สวยงามอีกมุมหนึ่งเลย

การเดินทาง : จากตัวเมือง Kumamoto จากสถานีรถไฟ JR Kumamoto ให้เดินมาด้านหน้าสถานี แล้วนั่งรถบัส Kumamoto Castle Loop Bus ลงป้าย Kumamoto Castle

ค่าใช้จ่าย : 500 เยน

เวลาเยี่ยมชม : 08:30-17:30 น. (มี.ค.-พ.ย.), 08.30-16.00 น. (ธ.ค.-ก.พ.)