ออนเซ็น ของญี่ปุ่น 4 บ่อน้ำพุร้อนที่ต้องไปสักครั้ง

บ่อน้ำพุร้อน ออนเซ็น ที่มีความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ คือ ออนเซ็น ในประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีภูเขาไฟอยู่มาก ทั้งที่ดับสนิทแล้วหรือยังคุกรุ่นอยู่ในทั่วทุกภูมิภาคเลยก็ว่าได้ ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่นี่เองเป็นแหล่งกำเนิดน้ำพุร้อน (Hot Spring) ซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยน้ำร้อนที่ไหลขึ้นมาจากใต้ดินนี้มีอุณหภูมิตั้งแต่อุ่นๆจนถึงเดือดพล่าน น้ำพุร้อนแต่ละแห่งมีส่วนประกอบของแร่ธาตุชนิดต่างๆ และก๊าซ ละลายอยู่ในปริมาณที่ไม่เท่ากัน เช่น กำมะถัน, โซเดียมคลอไรด์, คาร์บอนไดออกไซด์, แร่เหล็ก, เรเดียม เป็นต้น ทำให้มีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ต่างกันและทำให้สี-กลิ่นแตกต่างกันด้วย ที่ญี่ปุ่นจึงเกิดกิจกรรมการอาบหรือแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อน (ชาวญี่ปุ่นเรียกบ่อน้ำพุร้อนว่า onsen) และกลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีความเชื่อว่าแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำพุร้อนมีคุณสมบัติช่วยบำบัด ผ่อนคลาย รักษาอาการต่างๆ ไม่ว่าจะปวดเมื่อยร่างกาย เคล็ดขัดยอก ปวดข้อ ผู้มีปัญหาความดัน โรคผิวหนัง หรือแม้แต่สรรพคุณด้านบำรุงผิวพรรณ เป็นต้น นอกจากการแช่น้ำพุร้อนจะเป็นที่ชื่นชอบของชาวญี่ปุ่นแล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากก็อยากมาสัมผัสการแช่ออนเซนที่ญี่ปุ่นกันสักครั้ง (หรือหลายๆ ครั้ง) นอกจากแหล่งออนเซนแล้ว สถานที่ชมบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติที่เดือดปุดๆ ตลอดเวลาก็ได้รับความนิยมไม่น้อยเช่นกัน

สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ กับ ออนเซ็น

หลายเมืองในญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำพุร้อนเก่าแก่และมีชื่อเสียงอย่างมาก ซึ่งสถานที่ชมบ่อน้ำพุร้อนและแช่ออนเซนมีหลายประเภท ทั้งบ่อกลางแจ้ง (Rotenburo) และบ่อในร่มขนาดแตกต่างกัน แบ่งแยกชาย-หญิงและบ่อรวม สำหรับบ่อกลางแจ้งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาหรือเลียบแม่น้ำและแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม น้ำพุร้อนมีบริการทั้งที่โรงอาบน้ำแร่สาธารณะหรือบ่อออนเซน ตามโรงแรมที่พัก (Hot Spring Resort) และที่พักแบบเรียงกัง หากใครไม่สะดวกจะแช่รวมก็มีบริการบ่ออาบน้ำส่วนตัว (คะชิคิริ) หรือที่เรียกว่า “คะโซคุบุโระ” ซึ่งเป็นบ่ออาบน้ำสำหรับครอบครัว นอกจากแช่บ่อน้ำพุร้อนแล้ว ยังมีการแช่ตัวในบ่อโคลนหรืออบทรายร้อน และบ่อน้ำพุร้อนสำหรับแช่เท้าฟรี (อะชิยุ) อีกด้วย

อะริมา ออนเซ็น (Arima Onsen)

ออนเซ็น

เมือง Kobe, จังหวัด Hyogo, ภูมิภาค Kansai

เมือง Kobe นอกจากจะเป็นเมืองท่าที่มีทัศนียภาพสวยงามแล้ว ยังมีแหล่งน้ำแร่คุณภาพดีและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นด้วย นั่นก็คือ อะริมาออนเซน ตั้งอยู่ที่เมืองอะริมา เมืองเล็กๆ ทางด้านทิศเหนือของเขาร็อคโค เมืองนี้มีชื่อเสียงเรื่องน้ำแร่มาตั้งแต่สมัยโบราณ มีบันทึกไว้ว่าจักพรรดิโจเม (ค.ศ. 629-641) เสด็จมาแช่น้ำแร่ที่อะริมาแห่งนี้เป็นเวลานับหลายสิบวันเลยทีเดียว นอกจากนี้จักพรรดิโคโตกุก็ทรงโปรดการแช่น้ำแร่ที่อะริมาและพักอยู่หลายวันเช่นกัน บ่อน้ำแร่ที่อะริมาส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบเป็นโซเดียมคลอไรด์กับคาร์บอเนต ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยแก้ไขอาการปวดเมื่อยร่างกาย ปวดข้อ รักษาโรคผิวหนัง ผื่นภูมิแพ้ ช่วยเรื่องความดัน และยังทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นอีกด้วย น้ำแร่ของที่นี่จำแนกออกเป็น Kinsen (น้ำแร่สีทอง) และ Ginsen (น้ำแร่สีเงิน โดยจะแบ่งเป็นอีก 2 ประเภท) ซึ่งเป็นความพิเศษที่ทำให้น้ำแร่ที่นี่แตกต่างจากน้ำแร่ที่อื่นๆ ในญี่ปุ่น โดยบ่อออนเซนแต่ละแห่งก็จะมีน้ำแร่คุณภาพสูงเหล่านี้ให้บริการทั้งแบบบ่อสาธารณะและตามโรงแรม ที่พัก

โรงอาบน้ำแร่ที่น่าสนใจและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว มีอยู่ 3 แห่งคือ โรงอาบน้ำแร่สีทอง Kin-No-Yu น้ำแร่ของที่นี่จะมีส่วนผสมหลักคือโซเดียมคลอไรด์และแร่เหล็กอยู่มาก จึงมีสีออกน้ำตาลแดง และเป็นที่มาของชื่อคิโนะยุ (Kin แปลว่าทอง) นั่นเอง, บ่อน้ำแร่สีเงิน Gin-No-Yu  โรงอาบน้ำนี้จะชื่อคล้ายกับที่แรก แต่ที่นี่จะอ่านออกเสียงว่า “งินโนะยุ” หรือ “กินโนะยุ” (Gin แปลว่าเงิน) ตามสีของน้ำแร่จะออกใสๆ เนื่องจากมีส่วนผสมหลักคือ คาร์บอนิก และเรเดียม ที่นี่จะค่อนข้างเงียบ ไม่พลุกพล่านเหมือนที่แรกนอกจากนี้ยังมี Arima Onsen Taikou-No-Yu ปกติจะขายตั๋วเป็นแพคเกจรวม (Arima Onsen Taikou-no-yu Package Tickets) โรงอาบน้ำแร่ที่นี่มีจำนวนถึง 26 บ่อ เรียกว่าเป็นออนเซนธีมปาร์คน่าจะเหมาะสมกว่า ด้านในมีบ่อน้ำแร่ตกแต่งสไตล์ต่างๆ มากมาย ทั้งบ่อหิน บ่อไม้ หรืออ่างหินอ่อน เป็นต้น

นอกจากโรงอาบน้ำแร่ที่มีมากมายแล้ว ที่นี่ยังครบครันไปด้วยโรงแรมแบบญี่ปุ่น (เรียวกัง) ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก สวนสาธารณะ วัดศาลเจ้า และพิพิธภัณฑ์ ถือว่าเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีบรรยากาศแห่งความน่ารักโอบล้อมด้วยภูเขาสูง มีแม่น้ำเล็กๆ ไหลผ่านกลางเมืองอีกด้วย

การเดินทาง : จากตัวเมือง Kobe นั่งรถไฟจากสถานี้ Shin-kobe สาย Hokushinkyuko Railway ไปลงสถานี Tanikami แล้วเปลี่ยนไปขึ้นสาย Shintetsu Arima-Sanda ไปลงสถานี Arimaguchi จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นสาย Shintetsu  Arima ลงสถานี Arima Onsen แล้วเดินต่อประมาณ 500 ม.

เวลาเยี่ยมชม : ขึ้นกับแต่ละโรงอาบน้ำ

ค่าใช้จ่าย : ตั้งแต่ 550-2,400 เยน

โนโบริเบ็ทสึ ออนเซ็น (Noboribetsu Onsen)

ออนเซ็น

หมู่บ้าน Noboribetsu Onsen, จังหวัด Hokkaido, ภูมิภาค Hokkaido

โนโบริเบ็ทสึ (Noboribetsu) เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ริมฝั่งทะเลทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด (ริมทางรถไฟจากสายซัปโปโรไปฮาโกดาเตะ) เมืองนี้อุดมไปด้วยบ่อน้ำแร่ธรรมชาติ จึงเป็นแหล่งออนเซนที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของญี่ปุ่น โดยเฉพาะหมู่บ้าน Noboribetsu Onsen ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองโนโบริเบ็ทสึไปราว 6 กม. ว่ากันว่าน้ำพุร้อนหรือน้ำแร่ของเมืองนี้มีอยู่ถึง 9 ประเภทด้วยกัน ในหมู่บ้านมีโรงอาบน้ำแร่และโรงแรมที่พักมากมายเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว

เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของจิโกคุดานิ (Jigokudani) หรือหุบเขานรก (Hell Valley) อยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติ Shikotsu-Toya เป็นหุบเขาที่มีทั้งบ่อโคลนและบ่อน้ำร้อนที่เดือดตามธรรมชาติ บางบ่อก็ร้อนจนเดือดพุ่งพล่านตลอดเวลา ยังมีทั้งลำธารและน้ำตกที่เป็นน้ำร้อนกระจายอยู่ทั่วไป และมีไอกำมะถันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ที่นี่ยังถือเป็นแหล่งกำเนิดน้ำพุร้อนที่ส่งต่อไปทั่วทุกแห่งในเมืองอีกด้วย ในระหว่างการเดินทางเข้าไปถึงจิโกคุดานิ มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติ (Walking trails) ทำเป็นสะพานไม้ให้เดินข้ามไป ในเดือน มิ.ย.-ส.ค. จะมีเทศกาล Onibi no Michi (ทางเดินแห่งไฟของปีศาจ) ในงานมีการประดับประดาไฟตามทางเดินและมีการแสดงดอกไม้ไฟปีศาจ (Oni Hanabi) อย่างสวยงามที่บริเวณหหุบเขานรกจิโกคุดานิ

การเดินทาง : จากเมือง Sapporo นั่งรถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express) จากสถานี Sapporo มาลงที่สถานี Noboribetsu แล้วนั่งรถบัสจากหน้าสถานีมาลงป้าย Noboribetsu onsen แล้วเดินต่ออีกประมาณ 400-600 เมตร

เวลาเยี่ยมชม : หุบเขานรก 10:00-15:00 น. (ปิด Walking trails ช่วงฤดูหนาว)

ค่าใช้จ่าย : ฟรี

คุซัทสึ ออนเซ็น (Kusatsu Onsen)

สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ

เมือง Agatsuma, จังหวัด Gunma, ภูมิภาค Kanto

คุซัทสึ ออนเซน เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ กลางหุบเขา ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาชิราเนะและภูเขาโมโตชิราเนะ ในเขตจังหวัด Gunma ที่นี่ได้รับการยกย่องเป็นแหล่งออนเซนเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง และเป็นหนึ่งในสามแหล่งออนเซนที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย จากข้อมูลระบุว่าน้ำแร่ของที่นี่เป็นน้ำแร่ธรรมชาติ 100% ที่ไหลออกมาจากตาน้ำ ในปริมาณมากถึง 32,000 ลิตรต่อนาที ต้นกำเนิดแหล่งน้ำพุร้อนนี้อยู่ที่ภูเขาไฟชิราเนะ ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ

น้ำแร่ที่คุซัทสึ ออนเซน มีส่วนประกอบของธาตุซัลเฟอร์ (กำมะถัน) อะลูมิเนียม ซัลเฟต และคลอไรด์ จึงเชื่อกันว่าเป็นแหล่งน้ำแร่ที่มีสรรพคุณในการรักษาโรค เนื่องจากมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรียและค่าความเป็นกรดสูง (pH 2.1) ซึ่งจากข้อมูลด้านประโยชน์ในการรักษา กล่าวว่าจะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย, ฟกช้ำ, เคล็ดขัดยอก, รักษาโรคผิวหนัง, ปวดข้อ, ความดันสูง เป็นต้น

จุดเด่นอีกอย่างก็คือ อ่างแช่ทำมาจากวัสดุอย่างดี โดยรีสอร์ท ออนเซน หรือโรงอาบน้ำแร่หลายแห่งยังคงใช้วิธีปล่อยให้น้ำแร่จากต้นน้ำไหลออกมาตามท่อไม้ที่ทำจากไม้สนหรือไม้ไซปรัสที่ยังมียางไม้อยู่มาก ยางไม้เหล่านี้ถือเป็นวัสดุอย่างดีในการลำเลียงน้ำแร่ที่มีค่าความเป็นกรดสูงของที่นี่

นอกจากจะได้แช่ออนเซนจากแหล่งน้ำพุร้อนคุณภาพสูงแล้ว ทัศนียภาพของเมืองนี้สวยงามเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนคลายและเป็นการพักฟื้นร่างกายที่ดีตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น

การเดินทาง : จากตัวเมือง Maebashi เมืองหลักของจังหวัด Gunma นั่งรถไฟ JR จากสถานี Shinmaebashi ไปลงที่สถานี Naganohara Kusatsu-guchi แล้วนั่งรถบัสไปลงอีก 30 นาที

เวลาเยี่ยมชม : ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่

ค่าใช้จ่าย : ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่

คุโรคาวะ ออนเซ็น (Kurokawa Onsen)

สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ

เมือง Kurokawa, จังหวัด Kumamoto, ภูมิภาค Kyushu

ตามประวัติกล่าวว่า คุโรคาวะ ออนเซน มีมาตั้งแต่เมื่อ 300 ปีก่อน เป็นออนเซนที่เด่นดังเรื่องการรักษาโรค ตั้งแต่ช่วงกลางของยุคเอโดะ ในอดีตที่นี่มีบ่อน้ำแร่อยู่หนึ่งบ่อ ซึ่งไดเมียวและนักเดินทางมากมายเคยใช้น้ำพุร้อนจากบ่อนี้ในการรักษาแผลและเชื่อกันว่าได้ผลดี ปัจจุบันบ่อนี้ได้รับการดูแลจากชาวบ้านและเปิดเป็นบ่อแช่น้ำพุร้อนสาธารณะ

ภายในคุโรคาวะ ออนเซน มีบ่อแช่น้ำพุร้อนหลายแห่งเปิดให้บริการ เกือบทั้งหมดจะเป็นบ่อแช่ออนเซนกลางแจ้ง ซึ่งอยู่ในที่พักแบบเรียวกังหรือโรงแรมทั่วไป ออนเซนที่นี่ใช้วิธีการบริหารจัดการร่วมกันเป็นระบบสมาพันธ์ในชื่อ สมาพันธ์โรงแรมคุโรคาวะ ออนเซน (ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1961) ภายใต้แนวคิดเลือกที่จะอยู่ร่วมกัน แทนที่จะแข่งขันกัน โดยได้นำไอเดียการการเปิดทัวร์ออนเซนแบบเก็บแต้ม โดยนำต้นแบบการใช้เหรียญนิวโตะ เทงาตะ (Nyuto Tegata) มาจากสปาในจังหวัดนางาโนะ ซึ่งนิวโตะ เทงาตะของคุโรคาวะ มีลักษณะเป็นรูปวงกลมคล้ายเหรียญรางวัลพร้อมมีสายคล้องคอ ตัวเหรียญทำมาจากแผ่นไม้ซีดาร์ โองุนิท้องถิ่น มีชื่อเรียกว่า Onsen-Hopping Pass ราคาเหรียญละ 1,300 เยน เหรียญหรือพาสนี้เป็นเหมือนตั๋วเข้าแช่โรเท็นบุโร (Roten buro) หรือบ่อแช่ออนเซนกลางแจ้งของโรงแรมในเครือคุโรคาวะสปา รีสอร์ทที่มีอยู่ราว 24 แห่ง (หากโรงแรมที่เข้าพักที่ไม่มีบ่อแช่กลางแจ้ง สามารถไปแช่บ่อของโรงแรมอื่นได้) หนึ่งเหรียญสามารถเข้าแช่ได้ 3 บ่อ ภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยกำหนดให้ใช้หนึ่งเหรียญต่อหนึ่งคน

จากความสำเร็จและผลตอบรับที่ดีของการออนเซนแบบใช้เหรียญคุโรคาวะ นิวโตะ เทงาเตะนี้ ได้เปลี่ยนเป็นคุโรคาวะ ออนเซน ให้กลายเป็นสปารีสอร์ทที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคตะวันออกของญี่ปุ่น (สามารถซื้อเหรียญนี้ได้จากโรงแรมในเครือคุโรคาวะ สปา หรือจาก Visitor Center)

การเดินทาง : จากตัวเมือง Kumamoto จากสถานี Kumamoto นั่งรถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express) ไปลงสถานี Aso จากนั้นนั่งรถบัสสาย Kyushu Odan Bus for Beppu ไปยัง Kurokawa Onsen

เวลาเยี่ยมชม : 08:30-21:00 น.

ค่าใช้จ่าย : ขึ้นกับแต่ละสถานที่