เที่ยวญี่ปุ่น-สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

(เที่ยวญี่ปุ่น ฉบับเริ่มต้น) นับตั้งแต่ทางทีมงานได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูล การเดินทาง การถ่ายภาพ เพื่อนำมาสร้างเป็นบทความที่เป็นที่สุดของที่สุด ในการท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งวันนี้ทางทีมงานจะมาบอกเล่าถึงความเป็น “ที่สุด” ของสถานที่ต่างๆในแดนอาทิตย์อุทัยที่ล้วนสะท้อนถึงเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นปราสาทยิ่งใหญ่, วัดและศาลเจ้าเก่าแก่, แหล่งมรดกโลกที่มีคุณค่าทางธรรมชาติและวัฒนธรรม, แหล่งออนเซนที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุด, สวนญี่ปุ่นที่สวยและเป็นเอกลักษณ์ และอื่นๆ เชื่อว่าสถานที่ที่เรารวบรวมในบทความนี้กำลังจะเป็นสถานที่ในฝันของใครหลายคน ทั้งที่เคยเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้ว และบางคนที่ยังไม่เคยไป ก็คงอยากหาโอกาสไปเยือนดินแดนที่น่าหลงใหลแห่งนี้สักครั้ง และรับรองคุณจะหลงรักประเทศญี่ปุ่นเหมือนพวกเรา……

รู้ไว้ก่อนไป เที่ยวญี่ปุ่น

ภูมิอากาศในประเทศญี่ปุ่นแบ่งเป็น 4 ฤดู ความจริงแล้วเราสามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดู แต่ด้วยความแตกต่างของลักษณะ และสภาพพื้นที่ในแต่ละภูมิภาค ทำให้การผลิดอก ผลัดใบของพืชพันธุ์ต่างๆ ที่เป็นไฮไลท์สำหรับการท่องเที่ยวมีช่วงเวลาพีคที่ไล่กันไป

ฤดูหนาว

เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์

ใครที่อยากไปสัมผัสหิมะ ก็เลือกไปญี่ปุ่นช่วงเดือนที่ว่านี้ อากาศทั่วทุกภูมิภาคจะเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ จนถึงช่วงเดือนมกราคมซึ่งถือว่าหนาวที่สุด ตามยอดเขาต่างๆ จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ โดยเฉพาะเกาะฮอกไกโดจะมีอากาศหนาวเย็นกว่าที่อื่นๆ มีการจัดเทศกาลหิมะ เทศกาลน้ำแข็งในหลายเมือง นอกจากนี้สกีรีสอร์ทในหลายเมืองทั่วญี่ปุ่นจะคึกคักเป็นพิเศษ

เที่ยวญี่ปุ่น

ฤดูใบไม้ผลิ

เดือนมีนาคม-พฤษภาคม

เป็นช่วงที่อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น กำลังเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส เป็นเวลาแห่งการชมดอกไม้หลากหลายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นดอกสึสึจิ (Azalea) ดอกฟูจิ (Wisteria) ดอกไอริส ดอกอะจิไซ โดยเฉพาะราชินีแห่งดอกไม้ของฤดูกาลนี้ คือดอกซากุระซึ่งจะบานเพียงราว 1 สัปดาห์เศษๆเท่านั้น โดยจะเริ่มผลิบานจากทางใต้แถบเกาะโอกินาวา ไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงเกาะฮอกไกโด ส่วนจะบานช่วงวันไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศแต่ละปี ช่วงเวลานี้จะมีการจัดงานเทศกาลชมดอกไม้ซึ่งกลายเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่คนญี่ปุ่นจะมาปูเสื่อนั่งทานอาหาร สังสรรค์กันใต้ต้นซากุระ ในแง่การท่องเที่ยวถือเป็นไฮซีซันช่วงหนึ่ง

ฤดูร้อน

เดือนมิถุนายน-กันยายน

ฤดูร้อนในญี่ปุ่นเริ่มในเดือนมิถุนายน เป็นการเริ่มต้นแห่งฤดูของการเพาะปลูกพืชผัก ผลไม้ และข้าว แม้จะขึ้นชื่อว่าหน้าร้อน แต่ที่ญี่ปุ่นกลับเป็นฤดูที่มีเสน่ห์ไปอีกแบบ ถือเป็นฤดูแห่งความสนุกสนานเพราะเป็นช่วงที่มีเทศกาลประจำปีต่างๆมากมาย มีการจุดพลุเฉลิมฉลอง งานวัด ฯลฯ อากาศจะเริ่มอบอุ่นขึ้นจนถึงร้อน ในช่วงที่มีมรสุมเข้าก็อาจทำให้ฝนตกติดต่อกันทั้งวันหรือเป็นอาทิตย์ แต่สำหรับเกาะฮอกไกโดนับว่าเป็นช่วงไฮไลท์ที่อากาศกำลังสบาย นักท่องเที่ยวจะมากันมากที่สุดเพื่อชมดอกลาเวนเดอร์และทุกดอกไม้หลากสี

ฤดูใบไม้ร่วง

เดือนกันยายน-พฤศจิกายน

ฤดูกาลแห่งสีสันนี้เป็นช่วงที่มีอากาศดี กำลังสบาย ไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป อากาศจะค่อยๆเย็นลงช่วงเดือนตุลาคมอาจจะยังมีฝนตกบ้างประปราย ต้นไม้ต่างๆจะเริ่มผลัดใบจากสีเขียวเป็นแดง ส้ม เหลือง โดยเฉพาะใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ต้นแปะก๊วย (Ginkgo) จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะสร้างสีสันให้แต่ละเมืองเป็นเวลากว่า 1 เดือน ไล่มาตั้งแต่เกาะฮอกไกโดลงถึงทางใต้ที่เกาะคิวชู ฤดูนี้ถือว่าเป็นช่วงไฮซีซันช่วงหนึ่งของญี่ปุ่นเพราะเป็นช่วงที่ธรรมชาติตามป่าเขา วัด ศาลเจ้า และสวนสาธารณะต่างๆ จะมีสีสันมากที่สุด

ภูมิภาคต่างๆ ของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นมีลักษณะประเทศเป็นเกาะ ประกอบด้วย 4 เกาะ หลักๆ คือ เกาะฮอกไกโด (Hokkaido) ที่อยู่ด้านบนสุด, เกาะฮอนชู (Honshu) ซึ่งเป็นเกาะหลักอยู่ตรงกลางของประเทศ เป็นที่ตั้งของเมืองหลวง คือ กรุงโตเกียว, เกาะชิโกกุ (Shikoku) อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะฮอนชู และเกาะคิวชู (Kyushu) เป็นเกาะที่อยู่ตอนล่างสุด ไม่นับรวมโอกินาวา (Okinawa) ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กที่อยู่ไกลออกไปทางตอนล่าง โดยทั้งประเทศจะแบ่งออกเป็น 9 ภูมิภาค ไล่จากตอนบนลงล่างดังนี้

ฮอกไกโด (Hokkaido) 

เป็นภูมิภาคที่มีจังหวัดเดียวอยู่บนเกาะฮอกไกโด (มีชื่อเดียวกันทั้งชื่อเกาะ ชื่อภูมิภาค และชื่อจังหวัด) เกาะใหญ่อยู่ทางเหนือสุดมีขนาดพื้นที่พอๆ กับภาคกลางของประเทศไทย แต่มีคนอาศัยอยู่ประมาณ 5 ล้านคนเท่านั้น เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นกว่าที่อื่นๆ (ในฤดูร้อนก็อากาศไม่ร้อนเหมือนภูมิภาคอื่นๆ) แต่ก็มีที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ให้เพาะปลูก ทำเกษตรอื่นๆ ตลอดจนการทำประมง จนได้รับฉายาว่า ห้องครัวของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอีกมากมาย เมืองท่องเที่ยวสำคัญในภูมิภาคนี้ได้แก่ Sapporo, Hakodate, Otaru, Asahikawa และ Furano ปัจจุบันฮอกไกโดกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต เป็นที่นิยมทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกรวมถึงชาวไทยเราด้วย

โทโฮขุ (Tohoku)

ตั้งอยู่เหนือสุดของเกาะฮอนชู ถือว่าเป็นภูมิภาคที่มีอากาศเย็นสบายตลอดปี หากจะมองในแง่ท่องเที่ยว โทโฮขุมีจุดเด่นอยู่ที่ความเรียบง่าย เป็นธรรมชาติ วิวทิวทัศน์สวยงาม มีสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบุรณ์และหลากหลาย ผู้คนน่ารักเป็นมิตรนอกจากนี้ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ถือเป็นภูมิภาคที่มีชื่อเสียงอีกที่หนึ่งเลย เมืองสำคัญในภูมิภาคนี้ได้แก่ Sendai, Morioka, Aomori, และ Hirosaki

คันโต (Kanto)

เป็นที่ตั้งของมหานครโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น และเป็นภูมิภาคที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดโดยเฉพาะในเมืองหลวง เมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ได้แก่ Yokohama, Kamakura, Nikko และ Hakone ภูมิภาคนี้เรียกว่าเป็นแหล่งรวมของความเป็นที่สุดเอาไว้มากมาย โดยเฉพาะนวัฒกรรม ความล้ำสมัยทุกรูปแบบ แม้จะมีค่านิยมใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่กลิ่นอายของประวัติศาสตร์และธรรมเนียมประเพณีโบราณอันทรงคุณค่าก็ยังคงมีให้เห็นอยู่

เที่ยวญี่ปุ่น

จูบุ (Chubu)

ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของประเทศญี่ปุ่น เป็นภูมิภาคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนเกาะฮอนชู และยังมีเทือกเขา เจแปนแอลป์ ที่มียอดภูเขาไฟทอดตัวยาวต่อเนื่องตั้งแต่เหนือจรดใต้พาดผ่านตลอดแนวหลายจังหวัด อีกฝั่งก็สามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน จูบุเป็นภูมิภาคที่มีวิถีวัฒนธรรมและธรรมชาติอันหลากหลาย อีกทั้งหลายเมืองยังมีชื่อเสียงทางด้านศิลปะแขนงต่างๆ มีการผมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิม เกษตรกรรมและความเจริญในด้านอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลากหลายแนวกระจายอยู่ทั่วทุกเมือง มีความสวยงามทุกฤดู เมืองสำคัญในภูมิภาคนี้ ได้แก่ Nagoya, Nagano, Gifi, Shizuoka และ Toyam

คันไซ (Kansai)

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ถัดจาก Chubu ลงมา มีความสำคัญมาตั้งแต่โบราณ เคยเป็นอดีตที่ตั้งเมืองหลวงคือที่นาราและเกียวโตซึ่งถูกใช้เป็นศูนย์กลางการปกครองต่อเนื่องมานับพันปี ปัจจุบันเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น และยังเป็นที่ตั้งของเมืองท่องเที่ยวชื่อดังมากมายที่มีทั้งความเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรมเชิงผสมผสานกับธรรมชาติไปจนถึงความทันสมัยของเมืองใหญ่ ในช่วงเดือนเมษายนจะมีชื่อเสียงเรื่องชมซากุระที่สวยงามมากด้วย เรียกได้ว่าคันไซเป็นจุดหมายที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวแทบทุกสไตล์เลยก็ว่าได้ เมืองท่องเที่ยวสำคัญได้แก่ Osaka, Kobe, Kyoto และ Nara เป็นต้น

จูโงกุ (Chugoku)

ตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดในพื้นที่ของเกาะฮอนชู เมืองสำคัญที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกก็คือ เมืองฮิโรชิมา (Hiroshima) เมืองที่เคยพังยับเมื่อครั้งโดนระเบิดปรมาณู แต่ปัจจุบันกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ภูมิภาคจูโงกุยังมีสภาพบ้านเมืองที่เงียบสงบ สวยงามตามธรรมชาติ มีหมู่บ้านประมงชายฝั่ง หมู่บ้านเล็กๆ ตามไหล่เขา ซึ่งยังคงกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เมืองท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ ได้แก่ Okayama, Tottori และ เกาะมิยาจิมะ (Miyajima Island)

คิวชู (Kyushu)

เป็นเกาะขนาดใหญ่อันดับ 3 ของญี่ปุ่น อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะฮอนชู เป็นภูมิภาคที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมท้องถิ่นที่แทรกซึมอยู่กับความทันสมัย ตลอดจนร่องรอยของวัฒนธรรมต่างชาติ เพราะในอดีตหลายเมืองในภูมิภาคนี้เคยเป็นจุดศูนย์กลางในการติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก นอกจากนี้ยังมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ สวยงาม มีบ่อน้ำพุร้อนและภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ อย่างกลุ่มภูเขาไฟ Aso หรือเมืองที่เคยโดนถล่มด้วยระเบิดปรมาณูลูกที่ 2 อย่าง Nagasaki และแหล่งท่องเที่ยวตามท่าเมืองต่างๆ ก็ยังรอต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ไปเยี่ยมชม เมืองสำคัญอื่นๆ ได้แก่ Fukuoka, Kumamoto และ Beppu

ชิโกกุ (Shikoku)

เป็นเกาะเล็กที่สุดในบรรดา 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น มีแหล่งท่องเที่ยวที่ยังเป็น Unseen อยู่มากมาย และเพิ่งจะเริ่มเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย เมืองสำคัญ ได้แก่ Matsuyama, Takamatsu และ Tokushima

โอกินาว่า (Okinawa)

เป็นทั้งชื่อจังหวัดและชื่อภูมิภาค อยู่ทางตอนใต้ห่างจากเกาะคิวชูไกลมากพอสมควร อดีตคืออาณาจักรริวกิวที่เคยรุ่งเรือง ซึ่งถูกญี่ปุ่นยึดครองในยุคสมัยเมจิ มีเมืองหลักคือ เมือง Naha

เที่ยวญี่ปุ่น


บทความที่คล้ายกัน : ที่เที่ยวญี่ปุ่น กับ 3 ปราสาท ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

ช่องทางการติดตามข่าวสารเพิ่มเติม : FANPAGE