เที่ยวเกาหลี-สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปเที่ยวประเทศเกาหลี

ก่อนจะไป เที่ยวเกาหลี เราต้องมาทำความรู้จักความเป็นมาของประเทศเสียก่อน เกาหลีใต้เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกของทวีปเอเชีย มีความยาวทั้งสิ้น 1,020 กิโลเมตร และมีความกว้าง 216 กิโลเมตร โดยประมาณ พื้นที่ 70% ของประเทศเป็นเทือกเขามีพรหมแดนเหนือติดกับประเทศเกาหลีเหนือ ฝั่งตะวันออกติดทะเลญี่ปุ่น ตะวันตกติดทะเลเหลืองและใต้ติดทะเลจีนตะวันออก

Hello ! Korea รู้จักก่อนไปเกาหลี

เกาหลีเคยเคยตกเป็นอาณานิคมของประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ ค.ศ. 1910 จนกระทั่งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ใน ค.ศ. 1945 หลังจากนั้นเกิดสงครามเกาหลีจนถึงปี ค.ศ. 1953 ทำให้คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเทศ คือ เกาหลีเหนือซึ่งจะปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์และเกาหลีใต้จะปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย โดยเกาหลีใต้มีพื้นที่ 98,480 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 1 ใน 5 ของเมืองไทยเท่านั้น และมีประชากรประมาณ 51.5 ล้านคน

เมืองและจังหวัดของเกาหลี

ประเทศเกาหลีใต้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 กลุ่มคือ

  • นครพิเศษ-โซล
  • มหานคร-อินชอน, แทจอน, แทกู, อุลซัน, พูซานและควังจู
  • จังหวัด-คยองกี, คังวอน, ชุงชอนเหนือ, ชุงชอนใต้, ชอลลาเหนือ, ชอลลาใต้, คยองซังเหนือ, คยองซังใต้
  • จังหวัดปกครองตนเองพิเศษ-เชจู

แต่ละจังหวัดสามารถเดินทางเชื่อมต่อถึงกันได้โดยรถไฟความเร็วสูง (KTX) จะวิ่งเชื่อมต่อเมืองมหานครและเมืองสำคัญ ส่วนรถไฟด่วน (Saemaul, Mugunghwa) และรถไฟท้องถิ่น (Comuter) จะวิ่งผ่านเมืองเล็กเมืองน้อยๆ ต่างๆ

เที่ยวเกาหลี

การไป เที่ยวเกาหลี นั้นโดยส่วนใหญ่เรามักจะเริ่มต้นกันที่กรุงโซล (Seoul) เนื่องจากมีเที่ยวบินตรงจากไทย เป็นศูนย์รวมของคมนาคมทำให้เราเดินทางต่อไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ได้ง่ายโดยเฉพาะเมืองทางตอนเหนือของประเทศซึ่งเรียกว่าเป็นกระจุกของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยรอบ

และบางส่วนที่เลือกไปเริ่มต้นที่เมืองทางใต้อย่างพูซาน (ฺBusan) แม้จะมีเที่ยวบินตรงที่น้อยกว่าแต่พูซานและเมืองรอบๆ ก็สวยงาม แปลกตา และมีสเนห์มากอยู่ทีเดียว หากมีเวลามากหน่อยจะนั่งรถไฟด่วน KTX ขึ้นมาเที่ยวตอนกลางอย่างเมืองแทกู (Daegu) แทจอน (Daejeon) หรือขึ้นมาถึงโซลแต่ถ้าใครอยากเที่ยวสองประเทศจะนั่งเรือข้ามฝั่งต่อไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ยังได้ และอีกทางเลือกหนึ่งในการ เที่ยวเกาหลี คือมุ่งตรงไปที่เกาะใต้อย่างเชจู (Jeju) ที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามสามารถเชื่อมต่อการเดินทางมายังเมืองทางตอนเหนือด้วยเรือและเครื่องบินภายในประเทศ

ไม่ว่าจะเลืิอกเริ่มต้นที่เมืองไหนก็ตามการ เที่ยวเกาหลี นั้นก็สามารถเดินทางทั่วถึงกันได้หมดด้วยระบบขนส่งหลากหลายแบบ ทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟใต้ดิน (ตามเมืองใหญ่ๆ) รถบัสที่วิ่งครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ เรือ และเครื่องบินภายในประเทศ สำหรับแผนการเที่ยวก็จะขึ้นอยู่กับเวลา รสนิยมในการเที่ยวและเงินในกระเป๋าแล้วหละค่ะ โดยจุดเด่นของเมืองต่างๆ ที่น่าเที่ยวมีดังนี้

โซลและคยองกี

เที่ยวเกาหลี

เน้นกิน มีสารพัดชนิดอาหารในย่านท่องเที่ยวมีตั้งแต่ร้านข้างทางไปจนถึงร้านหรู ที่นี่เป็นสวรรค์ของนักชิม เน้นช้อป ของดีของดังไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง เสื้อผ้า สินค้าแฟชั่น ในย่านการค้าและตลาดต่างๆ ซึ่งมีเยอะมากและมีช๊อปสินค้าให้เลือกเยอะมากเช่นกัน เน้นเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศและเนื่องจากโซลเป็นเมืองเก่าที่เป็นเมืองหลวงมาตั้งแต่อดีตจึงยังหลงเหลือสถานที่ทางประวัติศาสตร์อยู่มากซึ่งกระจายตัวอยู่ในเมืองใหม่ที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นพระราชวัง ป้อมปราการและประตูเมือง สวนสนุกและธีมพาร์คที่อยู่รอบนอกในเขตจังหวัดคยองกี (Gyeonggi) ที่สามารถเที่ยวแบบ One Day Trip จากกรุงโซลได้สบายๆ เน้นตามอปป้า/ออนนี่ แหล่งรวมค่ายเพลงค่ายซีรี่ย์ สถานที่ถ่ายทำและสตาร์อเวนิว

คังวอน

ใครที่รักในธรรมชาติต้องมาเมืองในแถบจังหวัดนี้ที่สวยงามในทุกฤดู แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อมีทั้งอุทยานแห่งชาติที่เป็นมรดกโลกที่สวยงามโดยเฉพาะฤดูใบไม้เปลี่ยนสิ เกาะนามิ ที่โด่งดังจากซีรี่ย์ ทะเลสาบสวย เส้นทางการปั่นเรลไบค์ รวมไปถึงสกีรีสอร์ทและสถานที่จัดเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียงที่สุดในเกาหลี

แทจอนและชอลลา

เที่ยวเกาหลี

แทจอนเมืองที่อยู่ใจกลางประเทศเป็นเมืองใหญ่ที่มีความทันสมัยแต่กลับรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ สวนพฤษศาสตร์และต้นไม้สีเขียว แต่หากใครอยากสัมผัสบรรยากาศย้อนยุคในสมัยโชซอนสวมชุดฮันบกเดินเที่ยวชมหมู่บ้านฮันอกก็ต้องลงใต้ไปอีกนิดที่เมืองจอนจู หรือจะเที่ยวชมไร่ชาชื่อดัง ใกล้ชิดท้องทุ่งสูดอากาศบริสุทธิ์และชมสถานที่ถ่ายทำหนังและซีรี่ย์ย้อนยุคที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีก็ต้องเมืองพี่เมืองน้องอย่างซุนชอนและโบซองหรือจะเที่ยวเมืองท่าริมทะเลปั่นเรลไบค์เก๋ๆ ก็ต้องไปยอซู

คยองซัง

เมืองในแถบนี้ทั้งเหนือและใต้เป็นเมืองใหญ่ทั้งนั้น เริ่มจากแทกูมหานครที่มีชื่อเสียงในเรื่องสตรีทอาร์ต และชมธรรมชาติที่เขาอัปซานห่างออกไปอีกไม่ไกล คือ คยองจู เมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หากเปรียบเทียบกับบ้านเราก็อาจใกล้เคียงกับอยุธยา ส่วนเมืองใหญ่ พูซาน เป็นเมืองที่ครบรส ครบสีสัน ในเมืองเต็มไปด้วยแหล่งกิน แหล่งช้อปปิ้ง หมู่บ้านวัฒนธรรมหลากสี ชายหาดและจุดชมวิวชื่อดัง วัดเก่าแก่ที่ซ่อนตัวกลางภูเขา นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งชมดอกพตโก๊ต (ซากุระ) ที่มีชื่อเสียงทั้งในพูซานเองและเมืองจินแฮที่อยู่ใกล้กันอีกด้วย

เชจู

มีแหล่งท่องเที่ยวริมชายทะเลกระจายตัวอยู่รอบเกาะทั้งชายหาด หน้าผาและโขดหินแปลกตาพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและธีมพาร์คต่างๆ และยังมีเส้นทางเดินชมธรรมชาติบนเขาฮาลลาซานที่มีชื่อเสียง

สกุลเงิน

เกาหลีใช้สกุลเงิน วอน(Won) ตัวย่อคือ KRW (Korean Won) เงินวอนที่เป็นเหรียญจะมี 1, 5, 10, 50, 100 และ 500 วอน ส่วนธนบัตรจะมี 1,000, 5,000, 10,000 และ 50,000 วอนอัตราแลกเปลี่ยนเงินวอนจะอยู่ที่ประมาณ 0.030 บาทต่อ 1 วอน หรือประมาณ 1 บาทต่อ 30 วอน อัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นอยู่กับความผันผวนของสภาวะตลาด

เวลา

เวลาที่ประเทศเกาหลีใต้จะเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง (ตัวอย่างเช่น ประเทศไทย 08:30 น. = 10:30 น. ประเทศเกาหลี) หากใช้นาฬิกาข้อมือก็อย่าลืมปรับเวลาให้ตรงกับเวลาท้องถิ่นแต่ถ้าหากเป็นสมาร์ทโฟนเวลาจะเปลี่ยนให้เราอัตโนมัติเมื่อมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

กระแสไฟฟ้า

เกาหลีใช้ไฟฟ้า 220 Volt ความถี่ 60 Hertz เหมือนบ้านเรา แต่รูปลั๊กเป็นแบบหัวกลมเล็กสองขา แนะนำว่าให้เตรียมหัวแปลงไฟ (Universal Travel Adapter) ไปด้วย

อุณหภูมิและฤดูกาล

ประเทศเกาหลีใต้มีทั้งหมด 4 ฤดูกาล เราสามารถไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งแต่ละฤดูก็จะมีอุณหภูมิและทัศนียภาพที่สวยงามแตกต่างกันออกไป โดยจะแบ่งเป็นฤดูได้ดังต่อไปนี้

Winter ฤดูหนาว

เที่ยวเกาหลี

ธันวาคม-กุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ย -20° c ถึง -5° c 

อากาศแห้งและหนาวจัด บางครั้งอาจมีฝนปรอยๆ หรือหิมะตก จะมีช่วงวันที่อากาศหนาวจัดสลับกับวันที่อากาศอบอุ่นสบาย 3-4 วัน และที่พลาดไม่ได้ในฤดูนี้คือการไปเล่นสกีหิมะตามแหล่งสกีรีสอร์ทต่างๆ

Spring ฤดูใบไม้ผลิ

มีนาคม-พฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 6° c ถึง 16° c

ช่วงนี้ดอกไม้จะบาน ต้นไม้จะผลิใบมีแสงแดดตลอดทั้งวัน กลางวันจะยาวนานขึ้น ในช่วงปลายเดือนมีนาคม-เมษายน ดอกพตโก๊ตหรือซากุระเกาหลีจะบานสะพรั่งทั้วทั้งเมือง

Summer ฤดูร้อน

มิถุนายน-สิงหาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 22° c 38° c 

อากาศร้อน อาจมีฝนตกบ้างเล็กน้อยและอาจจะมีมรสุมในช่วงปลายเดือนมิถุนายนจนถึงปลายเดือนกรกฎาคม ในเดือนสิงหาคมจะเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนที่สุด และดอกมูกุงฮวาจะบานช่วงนี้ได้

Autumn ฤดูใบไม้ร่วง

กันยายน-พฤศจิกายน อุณหภูมิเฉลี่ย 5° c ถึง 25° c

ในฤดูนี้จะเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีอากาศกำลังดีและในช่วงเดือนตุลาคมใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและแดง แต่จะมีกลางวันที่สั้นมากทำให้เวลาเที่ยวน้อยลงตามไปด้วย